fbpx

Author Archives: admin

  • 0

อัมพฤกษ์ อัมพาต แขนขาอ่อนแรง เกิดจากอะไร

Category:Uncategorized
#อัมพฤกษ์_อัมพาต_แขนขาอ่อนแรง_ชาครึ่งซีก_ตามัว_ปากเบี้ยว_เดินเซ_เกิดจากอะไร
.
#โรคหลอดเลือดสมอง (stroke) คือ ภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงเนื่องจากหลอดเลือดตีบ หลอดเลือดอุดตัน หรือหลอดเลือดแตก ส่งผลให้เนื้อเยื่อในสมองถูกทำลาย การทำงานของสมองหยุดชะงัก
.
#อาการของโรคหลอดเลือดสมอง
อาการแสดงต่างๆ จะมากหรือน้อยขึ้นกับระดับความรุนแรงและตำแหน่งของสมองที่ถูกทำลาย เช่น
 อัมพฤกษ์ อัมพาต
 ชาหรืออ่อนแรงที่ใบหน้าและ/หรือบริเวณแขนขาครึ่งซีกของร่างกาย
 พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว มุมปากตก น้ำลายไหล กลืนลำบาก
 ปวดศีรษะ เวียนศีรษะทันทีทันใด
 ตามัว มองเห็นภาพซ้อนหรือเห็นครึ่งซีก หรือตาบอดข้างเดียวทันทีทันใด
 เดินเซ ทรงตัวลำบาก
.
อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ในรายที่มีภาวะสมองขาดเลือดแบบชั่วคราว (transient ischemic attack: TIA) อาจมีอาการเตือนเหล่านี้เกิดขึ้นชั่วขณะแล้วหายไปเอง หรืออาจเกิดขึ้นได้หลายครั้งก่อนจะมีอาการสมองขาดเลือดแบบถาวร ดังนั้นหากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น ควรรีบพบแพทย์ทันที เนื่องจากอาการของโรคหลอดเลือดสมองจัดเป็นอาการร้ายแรงและอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต หรือหากไม่ถึงชีวิต ก็อาจทำให้กลายเป็นโรคอัมพาต อัมพฤกษ์ ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองและต้องใช้เวลาในการรักษาฟื้นฟูสุขภาพต่อไป
.
#ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง
ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองมีหลายสาเหตุ แบ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันไม่ได้ และปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันได้ ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันได้มักมีสาเหตุจากสุขภาพโดยรวมและรูปแบบการดำเนินชีวิต
.
#ปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันไม่ได้
 อายุ เมื่ออายุมากขึ้น หลอดเลือดก็จะเสื่อมตามไปด้วย โดยผิวชั้นในของหลอดเลือดจะหนาและแข็งขึ้นจากการที่มีไขมันและหินปูนมาเกาะ รูที่เลือดไหลผ่านจะแคบลงเรื่อยๆ
 เพศ พบว่าเพศชายมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองสูงกว่าเพศหญิง
 ภาวะการแข็งตัวของเลือดเร็วกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดการจับตัวกันของเม็ดเลือดและมีลิ่มเลือดเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าคนปกติ
.
#ปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันได้
 ความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงจึงมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดสมองได้มากกว่าคนปกติ
 เบาหวาน เป็นสาเหตุที่ทำให้หลอดเลือดแข็งทั่วร่างกาย หากเกิดที่สมองจะมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดสมองมากกว่าคนปกติ 2-3 เท่า
 ไขมันในเลือดสูง เป็นความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองเช่นเดียวกับโรคหลอดเลือดหัวใจ คือภาวะไขมันสะสมอยู่ตามผนังหลอดเลือด ทำให้กีดขวางการลำเลียงเลือ
 โรคหัวใจ เช่น โรคลิ้นหัวใจผิดปกติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นสาเหตุของการเกิดลิ่มเลือด ถ้าลิ่มเลือดไปอุดตันที่หลอดเลือดสมอง ก็จะทำให้สมองขาดเลือดได้
 การสูบบุหรี่ สารนิโคตินและคาร์บอนมอนอกไซด์ทำให้ปริมาณออกซิเจนลดลง และเป็นตัวทำลายผนังหลอดเลือดทำให้หลอดเลือดแข็งตัว พบว่าการสูบบุหรี่เพียงอย่างเดียวเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองถึง 3.5%
 ยาคุมกำเนิด ในผู้หญิงที่ใช้ยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองสูง
 โรคซิฟิลิส เป็นสาเหตุของหลอดเลือดอักเสบและหลอดเลือดแข็ง
 การขาดการออกกำลังกาย
.
#วิธีการเช็คเส้นเลือดอุดตันในสมอง อาการบ่งชี้ และการทดสอบ ซึ่งคนที่ยืนอยู่รอบข้างก็สามารถรู้อาการได้ โดยคำถาม 3 ข้อ ดังนี้
1⃣ บอกให้ผู้ป่วย ยิ้ม
2⃣ บอกให้ผู้ป่วยพูด โดยอาจจะเป็นประโยคง่ายๆ เช่น วันนี้อากาศดีนะ
3⃣ บอกให้ผู้ป่วยยกแขนทั้งสองข้างขึ้น ถ้าผู้ป่วยมีความลำบากในการทำข้อใดข้อหนึ่ง ให้โทร.หาเบอร์ฉุกเฉินทันทีและแจ้งไปว่าผู้ป่วยมีอาการอย่างไร
.
สัญญาณใหม่ของเส้นเลือดสมองอุดตัน แลบลิ้นออกมาดู คือ ลองให้ผู้ป่วยแลบลิ้นออกมา หากลิ้นมีลักษณะม้วนงอ ตกไปด้านใดด้านหนึ่ง นั่นคือข้อบ่งชี้ว่ามีอาการเส้นเลือดสมองอุดตัน
.
#โรคหลอดเลือดในสมองไม่มีวิธีรักษาที่ดีไปกว่าการป้องกัน และดุแลตัวเอง และลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่จะทำให้เกิดโรคอย่างเช่น สูบบุหรี่ ความเครียด โรคอ้วน ดื่มเหล้าเบียร์มากๆ ขาดการออกกําลังกาย เป็นต้น เพราะฉะนั้นเราต้องป้องกันตั้งแต่อายุยังน้อยและหมั่นตรวจเช็คสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดความเสี่ยง อีกทั้งต้องลดการรับประทานอาหารเค็มหวาน มัน เพิ่มผักผลไม้ นอกจากนี้ ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงหรือป่วยเป็นโรคหลอดเลือดอยู่แล้วก็ควรรับการรักษาและปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดด้วย
.
🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀🍀
.
#ถั่งเช่ามีสรรพคุณช่วยโรคหลอดเลือดสมองอย่างไร
 ลดความหนืดของเลือด (Plasma viscosity)
 ป้องกันการเกิดลิ่มลือด (Prevention of anti-thrombosis)
 ลดปริมาณของ Triglyceride ในเลือด, ลดไขมันเลว (LDL) ,เพิ่มไขมันดี (HDL)
 ป้องกัน Coronary spasm ช่วยให้เลือดไหลเวียนปกติและไปหล่อเลี้ยงอวัยวะสำคัญ
 ปรับการแข็งตัวของหลอดเลือดและควบคุมความดันโลหิต
 ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองทุกชนิด
 ช่วยเพิ่มออกซิเจนในเลือด ทำให้ร่างกายใช้ออกซิเจนได้มากกว่าปกติ
.
นอกจากนี้ ถั่งเช่ายังมีสรรพคุณในการดูแลรักษาโรคที่เป็นต้นเหตุของโรคหลอดเลือดสมอง เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิด
.
ดังนั้น ถั่งเช่าจึงเหมาะที่จะใช้เป็นอาหารเสริมในผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์ อัมพาต
=======================
👉 ถั่งเช่า เป็นสมุนไพรที่มีความเป็น “#ออร์แกนิกส์” อยู่ในตัวเอง เนื่องจากมาจากธรรมชาติการบริโภคถั่งเช่า จึงมีอันตรายน้อยกว่ายาเภสัชเคมีทั่วไป เพราะ สลายตัวได้ง่าย ไร้สารตกค้าง ที่อาจเป็นอันตรายต่อตับและไต
👉 ถั่งเช่าของเราเป็นถั่งเช่าแท้ 100% เพาะเลี้ยงในระบบปิด ปลอดภัยจากสารปนเปื้อน และไม่มีส่วนผสมของสารเคมีใดๆ ไม่มีส่วนผสมสารกันบูด หรือสเตียรอยด์ใดๆทั้งสิ้น จึงปลอดภัยค่ะ
=======================
สอบถามเพิ่มเติมหรือปรึกษาฟรีได้ที่
m.me/vrcordy2
line id : @vrcordy
โทรศัพท์ : 086-967-4967

 


  • 0

ปวดท้องตรงไหน เป็นอะไรกันแน่

Category:Uncategorized

#อาการปวดท้อง มักจะเกิดขึ้นอยู่เสมอ แต่ส่วนมากเราจะไม่ค่อยรู้สาเหตุว่าปวดเพราะอะไร ทนได้ก็ทน แค่ถ้าทนไม่ได้ถึงจะกินยาแก้ปวด
.
มูลนิธิหมอชาวบ้านจึงให้คำแนะนำว่า หน้าท้องแข็งเป็นดาน กดแล้วเจ็บ หรือกดแล้วท้องยุบลงไป แต่เจ็บทันทีที่ปล่อยมือ มีไข้ หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียนเป็นเลือด อุจจาระมีสีดำ ปัสสาวะไม่ออกหรือถ่ายเป็นเลือด หน้าซีด เป็นลม ตัวเย็น เหงื่อออก ไม่รู้สึกตัว เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ตัวเหลือง อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หรือข้อใดข้อหนึ่ง ต้องรีบไปหาหมอทันที
.
#เราสามารถแบ่งบริเวณที่ปวดท้อง ได้เป็น 9 ส่วน คือ
.
1. #ชายโครงขวา คือตับและถุงน้ำดี

อาการที่พบมักจะกดแล้วเจอก้อนแข็งร่วมกับอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ซึ่งสันนิษฐานเบื้องต้นได้ว่า อาจเป็นโรคเกี่ยวกับตับหรือถุงน้ำดี เช่น ตับอักเสบ ฝีในตับ ถุงน้ำดีอักเสบ
.
2. #ใต้ลิ้นปี่ คือ กระเพาะอาหาร ตับอ่อน ตับ และกระดูกลิ้นปี่

 ปวดเป็นประจำเวลาหิวหรืออิ่ม อาจเป็นโรคเกี่ยวกับกระเพาะ
 ปวดรุนแรงร่วมกับคลื่นไส้อาเจียน อาจเป็นโรคตับอ่อนอักเสบ
 คลำเจอก้อนเนื้อค่อนข้างแข็งและมีขนาดใหญ่ อาจหมายถึงตับโต
 คลำได้ก้อนสามเหลี่ยมแบนเล็กๆ มักเป็นกระดูกลิ้นปี่
.
3. #ชายโครงขวา คือ ม้าม ซึ่งมักจะคลำเจอก้อนเนื้อบริเวณนี้
.
4. #บั้นเอวขวา คือท่อไต ไต ลำไส้ใหญ่

 ปวดร่วมกับถ่ายอุจจาระผิดปกติหรือถ่ายเป็นเลือด อาจเป็นเพราะลำไส้ใหญ่อักเส
 ปวดร้าวถึงต้นขา อาจเป็นนิ่วในท่อไต
 ปวดร่วมกับปวดหลัง มีไข้ หนาวสั่น ปัสสาวะขุ่น อาจเป็นกรวยไตอักเสบ
 คลำเจอก้อนเนื้อ อาจเป็นไตโตผิดปกติหรือเนื้องอกในลำไส้ใหญ่
.
5. #รอบสะดือ คือ ลำไส้เล็ก มักพบในโรคท้องเดินหรือไส้ติ่งอักเสบ (ก่อนจะย้ายมาปวดท้องน้อยขวา) แต่ถ้าปวดแบบมีลมในท้อง ก็อาจเป็นเพราะกระเพาะลำไส้ทำงานผิดปกติ
.
6. #บั้นเอวซ้าย คือ ท่อไต ไต ลำไส้ใหญ่ (เหมือนข้อ 4)
.
7. #ท้องน้อยขวา คือ ไส้ติ่ง ท่อไต และปีกมดลูก
.
 ปวดเกร็งเป็นระยะ ร้าวมาที่ต้นขา อาจเป็นเพราะมีก้อนนิ่วในกรวยไต
 ปวดเสียดตลอดเวลา กดแล้วเจ็บมาก มักเป็นไส้ติ่งอักเสบ
 ปวดร่วมกับมีไข้สูง หนาวสั่น มีตกขาว มักเป็นเพราะปีกมดลูกอักเสบ
 คลำแล้วเจอก้อนเนื้อ อาจเป็นก้อนไส้ติ่งหรือรังไข่ผิดปกติ

8. #ท้องน้อย คือ กระเพาะปัสสาวะและมดลูก

 ปวดเวลาถ่ายปัสสาวะหรือถ่ายกระปริบกระปรอย มักเป็นเพราะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
 ปวดเกร็งเวลามีประจำเดือน เป็นอาการปวดประจำเดือน แต่ในรายที่ปวดเรื้อรังในหญิงแต่งงานแล้วไม่มีบุตร อาจเป็นเนื้องอกในมดลูก
.
9. #ท้องน้อยซ้าย คือ ปีกมดลูกและท่อไต

 ปวดเกร็งเป็นระยะและร้าวมาที่ต้นขา มักเป็นนิ่วในท่อไต
 ปวดร่วมกับมีไข้ หนาวสั่น ตกขาว เป็นเพราะมดลูกอักเสบ
 ปวดร่วมกับถ่ายอุจจาระผิดปกติ อาจเป็นเพราะลำไส้ใหญ่อักเส
 คลำพบก้อนร่วมกับอาการท้องผูกเป็นประจำ อาจเป็นเนื้องอกในลำไส้
.

ขอบคุณที่มาจาก : นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 72
ขอบคุณรูปภาพจาก : MGR Online


  • 0

ทำไมคนเส้นเลือดในสมองแตกถึงมักเกิดในห้องน้ำ

Category:Uncategorized
😱 #ทำไมคนเส้นเลือดในสมองแตกถึงมักเกิดในห้องน้ำ 🚑
#สาเหตุเพราะอาบน้ำผิดวิธีแบบนี้ 🛀🛀
.
 เชื่อไหมว่า การอาบน้ำมีอะไรมากกว่าที่คิด เพราะการอาบน้ำ นอกจากจะเป็นการทำความสะอาดร่างกายแล้วยังจะเป็นการกระตุ้นเลือดภายในร่างกายให้ไหลเวียนได้ดีขึ้นด้วย ที่สำคัญยังมีผลต่อการเกิดโรคเส้นเลือดในสมองแตกอีกด้ว
.
เคยสงสัยหรือไม่ว่า “ทำไมคนที่เส้นเลือดในสมองแตกถึงมักเกิดในห้องน้ำหรือเวลาอาบน้ำ”
 #สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ… อาบน้ำผิดวิธี 
บางคนเข้าห้องอาบน้ำปุ๊ป ก็เปิดน้ำสระที่หัวหรือผมก่อนเลย ทำให้ร่างกายต้องปรับอุณหภูมิเร็วมาก เลือดจะขึ้นไปที่สมองอย่างเร็ว ทำให้เส้นเลือดแตกได้ และผลก็คือเส้นเลือดในสมองแตกและลื่นหกล้มนั่นเอง
.
 #วิธีอาบน้ำที่ถูกต้อง ก็คือ
1. อาบน้ำโดยล้างจากเท้าขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงหัวเป็นส่วนสุดท้าย เพราะหัวใจหลักอยู่ที่ “อุณหภูมิ” ของน้ำที่จะเป็นตัวกระตุ้นการทำงานของต่อมต่างๆ ในร่างกาย ทำให้ระบบการไหลเวียนของโลหิต ระบบการหายใจทำงานได้อย่างดีมีประสิทธิภาพ และร่างกายปรับตัวได้ทัน
👉 น้ำอุ่น หรือน้ำที่มีอุณภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 27-34 องศาเซลเซียส หรือไม่ควรอุ่นเกินอุณหภูมิของร่างกาย 2 องศา จะทำให้ร่างกายสะอาดมากที่สุด เพราะความอุ่นของน้ำจะเข้าไปเปิด รูขุมขนทำให้ผิวหายใจได้มากขึ้น ขับของเสียที่คั่งค้างอยู่ตามผิวได้มากขึ้น และยิ่งถ้าได้อาบน้ำอุ่นก่อนนอนก็จะเป็นผลดีต่อสุขภาพ เพราะจะทำให้นอนหลับสบายได้ดียิ่งขึ้น
👉 น้ำร้อนนั้น หรือน้ำที่มีอุณหภูมิประมาณ 38-40 องศาเซลเซียส ไม่ควรอาบบ่อย และควรควบคุมไม่ให้อยู่นานเกิน 10-15 นาที เพื่อป้องกันผิวแห้งจากการสูญเสียน้ำมันบนผิวหนัง ยังทำให้หัวใจต้องทำงานมากขึ้นในการขยายเส้นเลือดเพื่อจะช่วยให้ร่างกายเย็นลง
👉 น้ำเย็น อุณหภูมิของน้ำที่ 21-27 องศาเซลเซียส จะทำให้ผิวเย็นสบาย สดชื่น เต่งตึงลดอาการอ่อนเพลีย ปลุกเร้าประสาทสัมผัส ทำให้กล้ามเนื้อสดชื่น และยังเป็นผลดีต่อระบบการหายใจ หลังอาบน้ำใช้ฝ่ามือตบเบาๆ ให้ทั้งตัว เพื่อกระตุ้นเซลล์ผิวและยังเป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้อีกด้วย
.
2. การอาบน้ำแบบแช่ในอ่างอาบน้ำ สามารถเติมน้ำมันหอมระเหยลงไปเพื่อช่วยในการผ่อนคลาย และควรผสมเกลือลงไปในน้ำด้วยเพื่อกระตุ้นระบบการเผาผลาญของร่างกายให้ทำงานดีขึ้น
หลังจากแช่ตัวแล้วควรล้างตัวอีกครั้งด้วยน้ำเย็น หากใช้ฝักบัวก็ควรจะเปิดน้ำให้แรงและฉีดวนลงบนผิวไล่จากเท้าขึ้นมาหน้าท้อง มือ แขน จนมาถึงหัวใจ น้ำเย็นจะช่วยกระชับรูขุมขน เร่งให้เกิดการไหลเวียนของโลหิตได้ดียิ่งขึ้น และยังสามารถลดเซลลูไลต์และชะล้างพิษบนผิวออกได้อีกด้ว
.
3. ใช้ฝ่ามือหรือผ้าหยาบ ใยบวบ ฯลฯ ถูให้ทั่วตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า เริ่มจากเบาๆ และค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักแรงขึ้นไปเรื่อยๆ
.
4. เวลาที่เหมาะสมสำหรับการอาบน้ำ คือ ก่อนรับประทานอาหาร 1 ชั่วโมง แต่ถ้าจะอาบหลังมื้ออาหารก็ควรจะเว้นระยะสัก 2-3 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการจุกเสียดที่อาจเกิดขึ้นได้
.
การอาบน้ำไม่ใช่เรื่องยากและไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด หากคุณอาบน้ำผิดวิธี โอกาสที่จะเกิดเรื่องแย่ๆก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เพราะฉะนั้นจงระวังตัวเองให้ดี
Cr. teenee.com

 


สาระน่ารู้อื่นๆ